วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

วัดร่องขุ่น

 

วัดร่องขุ่น อยู่ในท้องที่ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย เป็นวัดบ้านเกิดของอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ที่ออกแบบและสร้างวัดร่องขุน ด้วยความปรารถนา จะสร้างวัดให้เหมือน เมืองสวรรค์ ที่มนุษย์สัมผัสได้ บวกกับแรงบัล ดาลใจจาก สถาบันทั้งสาม ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว เป็นจำนวนมาก คือ พระอุโบสถ สีขาวบริสุทธิ์ที่งดงาม ราวปราสาทบนสวรรค์ ด้วยสถาปัตยกรรมทางศาสนาร่วมสมัยและ สะพานที่ทอดยาวขึ้นไป ยังพระอุโบสถ ที่มีปริศนาธรรมซ่อนอยู่ผ่านประติมากรรม ของนรกและสวรรค์ ในบริเวณวัดยังมีจุดที่น่าสนใจไม่แพ้พระอุโบสถ นั้นคือ ห้องน้ำสีทองอร่ามที่มีความงดงามด้วยการออกแบบสถาปัตยกรรมแนวเดียวกัน จนหลายคนเผลอยกมือไหว้ ก่อนเข้าใช้ห้องน้ำ นอกจากนี้ ยังมีหอศิลป์ฯ และ ห้องแสดงภาพ สามารถเข้าชมภาพ ศิลปะของ อาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และจำหน่ายของที่ระลึกต่างๆ และประติมากรรมที่งดงาม ที่ตั้งกะจายอยู่ทั่วบริเวณวัด

 

วัดร่องขุ่นเป็นวัดพุทธและวัดฮินดู ที่จังหวัดเชียงราย ออกแบบและก่อสร้างโดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ตั้งแต่พ.ศ.2540จนถึงปัจจุบัน โดยเฉลิมชัยคาดว่างานก่อสร้างวัดร่องขุ่น จะไม่เสร็จลงภายในช่วงชีวิตของเขาวัดร่องขุ่นได้ต้นแบบการสร้างมาจาก วัดมิ่งเมือง ในจังหวัดน่าน ประวัติ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างวัดมาจาก 3 สิ่งต่อไปนี้คือ

 

  1. ชาติ : ด้วยความรักบ้านเมือง รักงานศิลป์ จึงหวังสร้างงานศิลปะที่ยิ่งใหญ่ไว้เป็นสมบัติของแผ่นดิน
  2. ศาสนา : ธรรมะได้เปลี่ยนชีวิตของอาจารย์เฉลิมชัยจากจิตที่ร้อนกลายเป็นเย็น จึงขออุทิศตนให้แก่พระพุทธศาสนา
  3. พระมหากษัตริย์ : จากการเข้าเฝ้าฯ ถวายงานพระองค์ท่านหลายครั้ง ทำให้อาจารย์เฉลิมชัยรักพระองค์ท่านมาก 

 

จากการพบเห็นพระอัจฉริยะภาพ ทางศิลปะ และพระเมตตาของ พระองค์ท่าน จนบังเกิดความตื้นตัน และสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ จึงปรารถนาที่จะสร้างงานพุทธศิลป์ถวายเป็นงานศิลปะประจำรัชกาล พระองค์ท่าน วัดร่องขุ่นแห่งนี้เป็นวัดพุทธ ซึ่งสังกัดอยู่ใน ฝ่ายมหานิกาย ไม่ใช่วัดฮินดูเหมือนดังที่จั่วหัวไว้ในวรรคแรก ซึ่งนั่นการนำเอาวัฒนธรรมแวดล้อม ของตัวเองเข้ามาผสมผสาน หรือถูกอิทธิของศาสนาอื่น เข้ามาแทรกแซงบ้าง ก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ ตามพระบัญญัติ แห่งคณะสงฆ์ไทยแล้ว วัดร่องขุ่น เป็น “วัดพุทธ” ไม่ใช่ “มหายาน” ความหมายของอุโบสถ – สีขาว : พระบริสุทธิคุณ ของพระพุทธเจ้า – สะพาน : การเดินข้ามจากวัฎสงสาร สู่พุทธภูมิ – เขี้ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ – สันของสะพาน : มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16 – กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุเมรุ – ดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ – บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา การก่อสร้าง – ในระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมาใช้เงินในการก่อสร้างมากกว่า 400 ล้านบาท – คาดว่าจะสร้างอุโบสถ 9 หลังจนเสร็จสมบูรณ์ด้วยเวลาทั้งสิ้น 60 – 70 ปี

 

ประวัติ

เป็นวัดที่สร้างขึ้น จากแรงศรัทธาของ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินของจังหวัดเชียงราย เพื่อมุ่งสร้างงาน พุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ ของตัวเองและประกาศความยิ่งใหญ่ ต่อคนทั้งโลก เพื่อถวายต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

วัดร่องขุ่น เป็นวัดที่มีความสวยงาม โดดเด่นต่างจากวัดอื่นๆ ด้วยฝีมือ การออกแบบ และก่อสร้างของ อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินชื่อดัง เพื่อเป็นวัดประจำบ้านเกิด สร้างโดยจินตนาการ ของอาจารย์ จัดเป็นงานพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ และงดงามน่าแวะชมมากแห่งหนึ่ง อ. เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มีแรงบันดาลใจในการสร้างวัดแห่งนี้อยู่ 3 ประการ คือ เพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจารย์บอกว่า จึงตั้งความปรารถนาที่จะถวายชีวิต ใช้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของตนเอง สร้างงานพุทธศิลป์ เพื่อเป็นงานประจำรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้ และจะถวายชีวิตไปจนตายคาวัด” (จากเอกสารของวัดร่องขุ่น) ความงดงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่ “โบสถ์” เพราะอาจารย์อยากจะเนรมิตวัดให้เหมือนเมืองสวรรค์ เป็นวิมานบนดินที่มนุษย์สามารถสัมผัสได้ โบสถ์ เปรียบเหมือนบ้านของพระพุทธเจ้า สีขาว แทนพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า กระจกขาว หมายถึง พระปัญญาธิคุณของพระพุทธเจ้าที่เปล่งประกายไปทั่วโลกมนุษย์ และจักรวา

 

ลักษณะเด่น

-ชมความงดงามของพระอุโบสถสีขาว -ชมภาพวาดฝีมือ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

ความหมายของอุโบสถ

สีขาว : พระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า

สะพาน : การเดินข้ามจากวัฎสงสารสู่พุทธภูมิ

เขี้ยว หรือ ปากพญามาร : กิเลสในใจ

สันของสะพาน : มีอสูรอมกัน ข้างละ 8 ตัว 2 ข้าง รวมกันแทนอุปกิเลส 16

กึ่งกลางของสะพาน : เขาพระสุเมรุดอกบัวทิพย์ : มี 4 ดอกใหญ่ตรงทางขึ้นด้านข้างอุโบสถแทนซุ้มพระอริยเจ้า 4 พระองค์ คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์

บันไดทางขึ้น : มี 3 ขั้นแทน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

 

 

กลับสู่หน้าหลัก http://im-imcgrupo.com

Leave a Comment